คุณเชื่อไหมครับว่า ทุกวันนี้ผมยังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่? ผมยังมีความสุขกับการติดตามการ์ตูนรวมเล่มที่ผมชื่นชอบ (เช่น Vagabond, Airgear, บากิ) แม้วัยอย่างผมทางสังคมถือว่าพ้นวัยรุ่นมาหลายปีแล้วก็ตาม  เพื่อนฝูงหลายคนอ่านการ์ตูนแค่ในวัยเด็ก พอโตขึ้นมามีหน้าที่การงาน มีครอบครัวก็เลิกอ่าน แต่เหตุผลที่ผมยังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่  ก็เพราะว่าผมไม่ได้มองการ์ตูนเป็นแค่เรื่องสำหรับเด็ก ผมมองว่าการ์ตูนเป็นรูปแบบการประพันธ์และศิลปะอย่างหนึ่ง  มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและดูคล้ายสตอรี่บอร์ดของภาพยนตร์มากๆ ในการ์ตูนมักมีเรื่องราวที่ไม่คาดฝันเสมอ หนังสือการ์ตูนแบบที่ผมนิยมอ่านเรียกว่า มังงะ ซึ่งก็คือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นนั่นเอง


    คนยุคผมโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นทั้งแรงบันดาลใจและความประทับใจ หนังสือที่ผมอ่านออกเล่มแรกก็คือโดเรมอน การ์ตูนที่ทำให้ผมออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนคือ กัปตันซึบาสะ อยากเล่นบาสเกตบอลเก่งๆคือ SLAM DUNK  อยากเป็นฮีโร่ต่อสู้อธรรมคือดราก้อนบอล ฯลฯ แต่ไม่ใช่ว่าผมจะเปิดรับแต่การ์ตูนญี่ปุ่นอย่างเดียวนะ การ์ตูนตะวันตก การ์ตูนไทยผมก็ชอบหมือนกัน แค่ชอบไม่มากเท่าการ์ตูนญี่ปุ่นเท่านั้น


    ถ้าจะวิเคราะห์กันว่าทำไม การ์ตูนญี่ปุ่นถึงได้รับความนิยมทั้งในไทยและทั่วโลก ผมให้คำตอบแบบไม่ต้องคิดด้วย BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน หนังสือการ์ตูนที่กำลังฮิตติดลมในขณะนี้ (แปลไทยโดยสำนักพิมพ์  เนชั่น เอดดูเทนเมนท์ ราคาเล่มละ ๔๕ บาท ปัจจุบันพิมพ์ออกมาถึงเล่มที่ ๔) เพราะ BAKUMAN  มีสาระบันเทิงในแบบที่การ์ตูนวัยรุ่นพึงมีไม่ว่าจะเรื่องความรัก ความฝัน มิตรภาพ แถมยังสอดแทรกเรื่องราวชีวิตในวงการนักเขียนการ์ตูนซึ่งคุณไม่สามารถหาอ่านได้จากที่ไหนง่ายๆ ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่เมื่อสองนักเขียน ทซึกุมิ โอบะ(เรื่อง) ทาเคชิ โอบาตะ(ภาพ) บรรจงถ่ายทอดผลงานออกมาเยี่ยมยอดไม่แพ้ผลงานเก่าอย่าง  DEATH NOTE  โอ้โห ผมรับประกันเลยว่าเมื่อคุณอ่าน BAKUMAN ทัศนคติที่คุณมีต่อการ์ตูนญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

  

 


    ชีวิตนักเรียนมัธยมของ โมริทากะ มาชิโระ (ชื่อเล่น ไซโค) และ อากิโตะ ทาคากิ (ชูจิน) เปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อพวกเขาจับมือร่วมกันเป็นคู่หูนักเขียนการ์ตูน ชูจิน แต่งเรื่องโดยมี ไซโค วาดภาพ ความฝันของพวกเขาคือเขียนการ์ตูนเรื่องยาว และผลงานต้องถูกนำไปทำเป็นอนิเมชั่นก่อนอายุ ๑๘

    แรงบันดาลใจของเด็กชายทั้งสองแตกต่างกัน ไซโค อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดังเพราะให้สัญญากับเด็กสาวที่ตนหลงรัก ส่วนชูจินคิดจะท้าทายและเปลี่ยนความเชื่อทางสังคม แต่ความฝันอันยิ่งใหญ่ของทั้งสองไม่ใช่เรื่องปอกกล้วยเข้าปาก นอกจากจะเรียนหนังสือไปพลางเขียนการ์ตูนไปพลาง พวกเขาต้องเจอบททดสอบสุดโหดระหว่างเส้นทางนักเขียนการ์ตูน ไม่ว่าจะเรื่องคู่แข่ง สำนักพิมพ์ รสนิยมของผู้อ่าน ฯลฯ ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าบรรณาธิการโชเนน จัมป์ และกำลังใจจากเพื่อนพ้องน้องพี่ ไซโคและชูจิน ดับเครื่องชนดังลูกระเบิด เขย่าวงการการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


    การ์ตูนเกี่ยวกับนักวาดการ์ตูนไม่ใช่ว่าไม่เคยมีมาก่อน (ผมเคยอ่านเรื่อง เมืองอลวน คนอลเวง ของสำนักพิมพ์บงกช - ติดเรตนิดๆ) แต่ผมยังไม่เห็นเรื่องไหนเจาะลึก ชนิดเอาเป็นเอาตาย และสนุกกลมกล่อมเท่า  BAKUMAN ต้องยกความดีความชอบให้ ทซึกุมิ โอบะ และ ทาเคชิ โอบาตะ คู่ดูโอเทวดาตัวจริง  ที่รังสรรค์ให้ตัวละครเด็กหนุ่มหน้าตาดีทำอะไรสมกับเป็นเด็กธรรมดากับเขาบ้าง เพราะจากผลงานเรื่องเก่า DEATH NOTE แม้จะสนุกแต่ก็แฟนตาซีสุดขอบ BAKUMAN ใกล้ชิดคนอ่านมากกว่า โดยเฉพาะกับเด็กชายทั่วโลกที่น่าจะมีความฝันลึกๆอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูน


    ผมเคยดูรายการทีวี เกมซ่าส์ท้ากึ๋น และ ทีวีแชมเปี้ยน อดทึ่งในความคิดความอ่านของคนญี่ปุ่นไม่ได้ นอกจากความสร้างสรรค์แล้วพวกเขายังมีความพยายาม กล้าคิดกล้าแสดงออก ผมว่ามันคงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เป็นเอกลักษณ์ทางชนชาติอย่างหนึ่ง มังงะ หรือ หนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่นก็สะท้อนออกมาเช่นนั้น มันเป็นวัฒนธรรมที่ชาติอื่นยากจะเลียนแบบ วงการมังงะและวงการอนิเมชั่นญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่น่าศึกษาและเรียนรู้ ว่าพวกเขาทำอย่างไรให้กลายเป็นสินค้าประจำชาติ เป็นฑูตวัฒนธรรมได้ คำตอบมันอยู่ไม่ไกลในมังงะเรื่อง BAKUMAN นี่เอง

 

 


    ไซโคและชูจิน หลังจากลองผิดลองถูกส่งผลงานการ์ตูนสายหลัก(แนวบู๊)เข้าประกวด แล้วไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาจึงงัดแนวเรื่องที่พวกเขาเคยทำได้ดี(แนวแปลก)มาพัฒนา ผลปรากฏว่ามันได้ผล พวกเขาพยายามหาจุดร่วมระหว่างการ์ตูนสายหลักและสายรองเข้าด้วยกัน แม้มันจะยาก และดูไม่ค่อยเรียกแขกแบบการ์ตูนแนวตีกัน แต่ในที่สุดมันก็ผงาดในนิตยสารการ์ตูนโชเนน จัมป์ อย่างสมศักดิ์ศรี

    ไม่ได้ต่างอะไรไปกับ สองนักเขียนการ์ตูนตัวจริงที่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง BAKUMAN ซึ่งก็สร้างผลงานที่ไม่ใช่การ์ตูนแนวตีกันทั่วไป แต่กลับฮิตถล่มทลาย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆเพราะพรสวรรค์และโชคช่วย ไม่เชื่อก็ลองไปหา BAKUMAN มาอ่านดู แล้วจะรู้ว่าความพยายาม ตรรกะแสนน่าทึ่ง มันแฝงอยู่ในทุกอณูตัวหนังสือ (สำหรับคนที่เคยอ่าน DEATH NOTE น่าจะนึกภาพออก)

    
    ความดีอีกข้อของ BAKUMAN ที่ผมหวังว่าจะลามมากระตุ้นเด็กไทย คือสร้างแรงบันดาลใจเหมือนกับคนรุ่นผม ที่โตมากับการ์ตูนดีๆอย่างโดเรมอน และ อิคคิวซัง นินจาฮาโตริ ใครจะรู้ว่าในอนาคตอันใกล้ อาจมีเด็กไทยเอาดีทางด้านการวาดรูปการ์ตูนได้เหมือนตัวละครในการ์ตูนที่เขาเคยอ่าน ผมหวังไว้อย่างนั้น ไม่ต้องมองไปไกลหรอก ตอนนี้ก็มีคนใกล้ตัวผมลุกขึ้นมาจับปากกาอยากวาดการ์ตูนเหมือน BAKUMAN แล้วล่ะครับ


    ก็เด็กไทยถ้าตั้งใจ ไม่แพ้ชาติใดในโลกนี่ครับ


Comment

Comment:

Tweet

5555..เจ้นุชก็แฟนการ์ตุนพันแท้....
อ่านมาตลอดตั้งกะเด็ก...ถ้าซื้อทุกเล่มนับจำนวนป่านนี้เป็นเศรษฐี 100ล้านไปแย้ว..555 เว่อไปหน่อย..5555confused smile

#9 By เจ้นุช on 2010-06-14 13:42

ชอบเรื่องนี้มากเลยครับบ Hot!

#8 By b-padung Studio on 2010-06-14 08:36

ล่าสุดเพิ่งอ่าน บาคุแมน เล่ม 5 จบ

แจ่มว่ะ

#7 By ธาตรี on 2010-04-04 10:35

คงยากพี่

#6 By aboxor on 2010-03-14 03:33

ผมก็ยังคงอ่านการ์ตูนอยู่เลยครับ big smile แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านครับเห็นมีแต่คนชม ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว

ประเทศเราแค่เซ็นเซอร์บุหรี่เหล้าในโทรทัศน์ผมก็รู้สึกว่าก้าวหน้ายากแล้วละครับ

#5 By Seam - C on 2010-02-10 08:34

เหอๆ หวังพึ่งรัฐบาลให้ช่วยกันส่งเสริมการ์ตูนไทยก่อนเลย surprised smile

#4 By ธาตรี on 2010-02-10 07:53






เด๋วลองหาเล่มที่เหลือมาอ่านดู

กันซึตอนล่าสุดกำลังเข้าสู่ช่วงไคล์แมกซ์เลยว่ะ

#3 By Juninyá on 2010-02-09 20:13

ต้องแก้กันที่ความคิดว่าการ์ตูนมันเป็นของสำหรับเด็กและไม่มีสาระไปก่อน ไม่งั้นเขาก็ไม่เห็นรายได้ ไม่เห็นการมองเป็นอุตสาหกรรม ไม่ส่งเสริม ไม่ลงทุน แล้วก็ใช้นักเขียนที่มีเหลืออยู่ตอนนี้เป็นแค่วัตถุดิบใช้แล้วทิ้ง ไม่ใช่ศิลปิน

#2 By D-faxtory on 2010-02-09 06:07

จริงๆครับคนไทย

รอให้ผู้ใหญ่บ้าการเมืองมันตายกันก่อนครับ

รับรองเจริญsad smile

#1 By freer on 2010-02-09 02:52